สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

หลวงพ่อพวง วัดไผ่ท่าโพใต้

หลวงพ่อพวง  วัดไผ่ท่าโพใต้

 

ประวัติ  พระครูโพธิคุณาธาร  โดยสังเขป

(หลวงพ่อ พวง    กิตฺติสทฺโธ)

 

อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ท่าโพใต้  อำเภอโพธิ์ประทับช้าง  จังหวัดพิจิตร


 

นามเดิม    พวง      นามสกุล   พุฒดี

เกิดเมื่อวัน  อังคาร   แรม     ค่ำ  เดือน     ปี  มะแม   ตรงกับวันที่  ๑๘  กุมภาพันธ์  พ.ศ. ๒๔๕๐

(บ้างว่า  วันพุธ  แรม  ๒  ค่ำ  เดือน  ๔  ปีมะแม  ตรงกับวันที่  ๑๘  มีนาคม  พ.ศ. ๒๔๕๐)  

บิดา   พุ่ม       มารดา   ตลุ่ม     นามสกุล   พุฒดี

เกิดที่   หมู่  ๒  ต.ไผ่ท่าโพ  อ.โพทะเล (ในสมัยนั้น   ปัจจุบัน  เป็น  อ.โพธิ์ประทับช้าง)  จ.พิจิตร


มีพี่น้อง   ๔   คน   คือ  

๑.   นาย พวง                 พุฒดี                 ( พระครูโพธิคุณาธาร ) 

๒.   นายฉุย                   พุฒดี                  (ถึงแก่กรรมแล้ว) 

๓.   นายชั้น                   พุฒดี                  (ถึงแก่กรรมแล้ว) 

๔.   นายอำนาจ (ต่วม)   พุฒดี                  (ถึงแก่กรรมแล้ว)

 

           ก่อนที่ท่านจะได้อุปสมบท  ท่านได้ทำหน้าที่อุปการระเลี้ยงดูน้อง ๆ  มาตั้งแต่ยังเด็ก ๆ  เพราะบิดา มารดา ของท่านได้เสียชีวิต  ตั้งแต่ท่านยังอยู่ในเยาว์วัย  ประกอบอาชีพเป็นชาวนา  ด้วยความอุตสาหะบากบั่นเพราะฐานะยังยากจนลำเค็ญ  จวบจนย่างเข้าวัยอุปสมบท  ท่านจึงได้คิดอุปสมบท เพื่อทดแทนคุณบิดา  มารดา   โดยมี หมอพัน    สังขพงค์    มีศักดิ์เป็นน้าชายนำไปอุปสมบท   ณ  วัดท่าหลวง   การอุปสมบท  ซึ่งในการบวชก็ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรมากมาย  แบบโกณหัวแล้วเข้าวัดเลย ซึ่งถือว่าเป็นการประหยัดดี  น่าจะถือเอาเป็นแบบอย่างทีเดียว  

 

อุปสมบท   เมื่ออายุ  ๒๑  ปี   ณ   วัดท่าหลวง   จ.พิจิตร ตรงกับวันที่  ๕  มีนาคม  พ.ศ. ๒๔๗๑   เวลา  ๑๘.๐๐  น

พระอุปัชฌาย์             พระศีลธรารักษ์ (ยิ้ม)   วัดท่าหลวง  จ.พิจิตร

พระกรรมวาจาจารย์     พระมหาเม้า   วัด       

พระอนุสาวนาจารย์      พระอาจารย์หม้อ (โม้) วัด 

ได้รับฉายาว่า               กิตฺติสทฺโธ     

           

           หลังจากที่อุปสมบทแล้ว  ได้กลับมาจำพรรษา  ณ   วัดไผ่ท่าโพใต้   ซึ่งมี  เจ้าอธิการสิน   พูลทรัพย์  เป็นเจ้าอาวาส  ในสมัยนั้นที่วัดไผ่ท่าโพใต้  ยังไม่มีการศึกษาด้านพระธรรมวินัย  และไม่มีสำนักเรียนพระปริยัติธรรม  ครั้นต่อมาหลวงพ่อพวง  ได้เดินทางไปศึกษาพระธรรมวินัย  ณ  วัดบางตาหงาย  บ้านส้มเสี้ยว   อ.บรรพตพิสัย   จ.นครสวรรค์  เป็นเวลา  ๓  พรรษา หลังจากนั้นได้กลับมาจำพรรษา  ณ  วัดไผ่ท่าโพใต้  ครั้นต่อมาได้สอบนักธรรม  ชั้น  ตรี  ตามลำดับจนถึง  นธ.โท 

             ปี  พ.ศ. ๒๔๗๑  เจ้าอธิการสิน  เจ้าอาวาสวัดไผ่ท่าโพใต้  ได้ลาสิกขา 

ชาวบ้านจึงได้พร้อมใจกันอาราธนา  ให้ท่านเป็น เจ้าอาวาสวัดไผ่ท่าโพใต้  และได้ติดต่อไปทางเจ้าคณะอำเภอโพทะเล  เพื่อให้แต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อแทน  เจ้าอธิการสิน ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา  ซึ่งท่านได้ทำหน้าที่ของเจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลไผ่ท่าโพ  ได้อย่างดีเสมอมา  ประกอบด้วยมีเมตตาธรรมเป็นที่ตั้ง  ดังจะเห็นได้ว่ามีพระภิกษุ  สามเณร  และประชาชนเคารพนับถือเป็นจำนวนมาก  ด้วยท่านได้ใช้เมตตาธรรมเป็นที่ตั้ง  ตามหลักแล้วท่านเป็นผู้มีเมตตาธรรมอันสูง

             ท่านได้ให้ความรัก และเมตตาต่อคนทั่วไปเสมอเหมือนกัน  แม้กระทั่งสัตว์ทั้งหลาย  ท่านเคยพูดว่า 

  สัตว์เหล่านี้  เมื่อชาติแต่ปางก่อน  อาจจะเป็นสังคญาติกันมาก็ได้  ใครจะไปทราบได้    และท่านเป็นผู้ที่เคร่งครัดในเรื่องศีล เป็นอย่างยิ่ง  และได้เป็นผู้นำในหมู่คณะสงฆ์ด้วยความประพฤติเป็นแบบอย่าง  ดังนั้น   ท่านจึงเป็นพระที่พูดน้อย   อาศัยความประพฤติ เป็นหลักสอนแก่ คณะศิษยานุศิษย์เป็นที่ตั้ง  นับตั้งแต่ท่านได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนา ตั้งแต่อายุ  ๒๑  ปี  ตราบจนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของชีวิตในการอุปสมบท

 

                          การศึกษา

 

พ.ศ. ๒๔๕๔   จบระดับชั้นประถมตอนต้น (ป.๔)  ณ  โรงเรียนวัดบ้านไผ่ท่าโพใต้

พ.ศ. ๒๔๗๓   สอบไล่ได้  นักธรรม ชั้นโท  สำนักเรียนวัดไผ่ท่าโพใต้  คณะจังหวัดพิจิตร    

 

                         ตำแหน่งหน้าที่  และ สมณศักดิ์

 

พ.ศ.  ๒๔๗๕   ได้รับแต่งตั้งเป็น   เจ้าอาวาสวัดไผ่ท่าโพใต้

พ.ศ.  ๒๔๘๕   ได้รับแต่งตั้งเป็น  เจ้าคณะตำบลไผ่ท่าโพใต้

พ.ศ.  ๒๕๐๐    ได้รับแต่งตั้งเป็น  พระอุปัชฌาย์

พ.ศ.  ๒๕๐๐    ได้รับแต่งตั้งสมณศักดิ์พัดยศ เป็นพระครูสัญญาบัตรพัดยศ  เจ้าคณะตำบล  ชั้น ตรี 

                        ในราชทินนาม  ที่   พระครูโพธิคุณาธาร

พ.ศ.   ๒๕๑๗    ได้รับการเลื่อน สมณศักดิ์พัดยศ  เป็น เจ้าคณะตำบล  ชั้น โท   ในราชทินนามเดิม

พ.ศ.   ๒๕๒๐    ได้รับการยกฐานะเป็น  เจ้าคณะตำบลไผ่ท่าโพกิตติมศักดิ์ 

 

                           การคณะสงฆ์ งานศาสนกิจ

 

พ.ศ.  ๒๔๗๕     ได้เริ่มสร้างศาลาการเปรียญ เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก จนแล้วเสร็จ  เป็นจำนวนเงิน ๗,๒๐๐  บาท

พ.ศ.  ๒๔๗๙     ได้ริเริ่ม เปิดสอนพระปริยัติธรรม ณ  วัดไผ่ท่าโพใต้ เป็นแห่งแรกของตำบลไผ่ท่าโพ  (ขึ้นกับ 

                           อ.โพทะเล  สมัยนั้น) 

พ.ศ.  ๒๕๑๓     ได้ริเริ่ม จัดปริวาสกรรม และการปฏิบัติธรรมเจริญกรรมฐาน ณ  วัดไผ่ท่าโพใต้ เป็นแห่งแรกของ

                           ตำบลไผ่ท่าโพ  (ขึ้นกับ   อ.โพทะเล สมัยนั้น)

 

                          งานสาธารณูปการ

 

พ.ศ. ๒๔๘๒   ได้ริเริ่มสร้างกุฏิสงฆ์ และซ่อมแซมเสนาสนะต่างๆภายในวัด

พ.ศ. ๒๕๑๓    ได้ริเริ่มหาพื้นที่  เพื่อสร้างโรงเรียนประชาบาลวัดบ้านไผ่ท่าโพใต้  ร่วมกับข้าราชการครู และพ่อค้าประชาชนตำบลไผ่ท่าโพ และเป็นผู้อุปถัมภ์ของโรงเรียนดังกล่าวด้วย

 

 

สุดท้ายแห่งวาระสังขาร

 

          หลวงพ่อ พระครูโพธิคุณาธาร (พวง) ได้มรณภาพลงด้วยโรคเกี่ยวกับปอด    โดยอาการอันสงบ 

ณ  วันที่  ๑๓   ธันวาคม    พ.ศ. ๒๕๒๐  เมื่อ  เวลา   ๑๑.๐๕   น.  ท่ามกลางความเศร้าสลด อาลัย ของศิษย์ทั้งบรรพชิต  และคฤหัสถ์   ต่อการจากไปโดยไม่มีวันกลับของหลวงพ่อพวง  ผู้ซึ่งเคยเป็นดังร่มโพธิ์ร่มไทร และให้ความอบอุ่นใจ  ด้วยพระเมตตาธรรมของหลวงพ่อพวง อันกว้างใหญ่  สุดที่จะหาประมาณมิได้


รวมสิริอายุได้   ๗๑   ปี   ๕๐  พรรษา

         

         คณะศิษย์ และชาวบ้าน ที่เคารพนับถือ หลวงพ่อ ได้เก็บสรีระสังขาร ของ หลวงพ่อ  บรรจุโลงแก้วไว้สักการบูชา  เป็นเวลา  ๑๐  ปี   จึงได้จัดงาน พระราชทานเพลิงศพ ถวายเป็นกุศล แด่ หลวงพ่อ 

          ณ  เมรุ  วัดไผ่ท่าโพใต้  วันที่   ๗   มีนาคม    ๒๕๓๑

 

วัตถุมงคล   ที่ หลวงพ่อพวง และศิษย์ ได้จัดสร้าง

๑.   ตระกรุด

๒.   เหรียญใบโพธิ์  เนื้อทองลูกบวบ  ชินเงิน  ทองแดง

๓.   เหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อพวงรุ่นแรก (๒๕๐๑ , ๒๕๑๗) 

๔.   ผ้ายันต์

๕.   อื่นๆ

 

ข้อมูลอ้างอิง 

 

             จากหนังสือ  ประวัติหลวงพ่อพวง  ที่แจกในทอดกฐินสามัคคี  วันที่  ๒๓  ตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๑๘      และหนังสือสวดมนต์ ทำวัตร เช้า เย็น  แปล ของสำนัก สวนโมกขพลาราม ไชยา  จ. สุราษฎร์ธานี

โดยเหล่าบรรดาศิษยานุศิษย์ของ พระครูโพธิคุณาธาร (หลวงพ่อพวง)  เพื่อพิมพ์แจกเป็นธรรมทานให้แก่ผู้มาร่วมงาน  ในวาระโอกาสทำบุญครบ   ๑๐๐   วัน  และ ต้นฉบับ พิมพ์แจก ในงานพระราชทานเพลิงศพ 


ตรวจทานโดย

                         พระครูวิบูลธรรมาภรณ์ ( หลวงพ่อประยูร ) อดีตเจ้าอาวาส วัดโพธิ์ประทับช้าง      

 

 

ทยฺยชาติยา    สามคฺคิยํ  

สติสญชานเนน   โภชิสิยํ  รกฺขนฺติ.

คนชาติไทย   จะรักษาความเป็นไท  อยู่ได้ด้วย  มีสติสำนึก  อยู่ในความสามัคคี.

 

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่บรรดาผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประเทศชาติ

 

ความฝันอันสูงสุด

 

                                                                      ๐ฯ     นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง

                                                           หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส

                                                           ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด

                                                           ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน    ฯ

 

                                                                       ๐ฯ   โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่

                                                           เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน

                                                           คงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ

                                                           ยอมอาสัญก็เพราะปองเทอดผองไทย    ฯ

 

                                                                        ๐ฯ     ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ

                                                            ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว

                                                            ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ

                                                            ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง    ฯ

 

                                                                         ๐ฯ    จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด

                                                            จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง

                                                            จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง

                                                            จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา   ฯ

 

                                                                        ๐ฯ   ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร

                                                            ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา

                                                            ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา

                                                            ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป    ฯ

 

 

ชาติ  ศาสนุตสติ

 

เกิดมาแล้วชาติหนึ่ง

ควรคำนึงถึงชาติศาสนา

อย่าให้เสียทีที่เกิดมา

ในหมู่ประชาชาวไทย  ฯ

 

พระราชนิพนธ์รัชกาลที่  ๖.

 

ซึ่งได้อัญเชิญ งานพระราชนิพนธ์ นี้ ลงไว้ในหนังสือที่พิมพ์แจกในงานทอดผ้ากฐินในครั้งนั้นด้วย.

 

 

Tags : ประวัติ หลวงพ่อพวง จ.พิจิตร

ความคิดเห็น

  1. 1
    26/07/2017 16:03

    เหรียญรุ่นแรกสร้างปีอะไรครับและมีจำนวนเท่าไร ใครพอทราบบอกหน่อยครับ เพื่อเปนแนวทางในการสะสมครับ

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view